แห่บริจาค ช่วยเหลือหลั่งไหล เผยยอดเงินช่วยเด็กหญิงป่วยมะเร็งกระดูก ครอบครัวปิดรับแล้ว

จากกรณีของ ด.ญ.นันทิดา คำจุ่น อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านห้วยอีจีน ต.ตาดกลอย อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูกที่บริเวณหัวเข่าด้านซ้าย นอนร้องด้วยความเจ็บปวดทั้งวันทั้งคืน ต่อมาโรงเรียนได้โพสต์ขอรับบริจาค เพื่อนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก

เนื่องจากทางบ้านมีฐานะยากจน หลังจากนั้นก็มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าไปช่วยเหลือ รวมทั้งผู้ใจบุญโอนเงินเข้าบัญชีที่เปิดรับบริจาคจำนวนมาก จึงได้ปิดรับบริจาคและได้เดินทางไปปิดบัญชีแล้ว

นางทัศนีย์ คำจุ่น อายุ 40 ปี แม่ของ ด.ญ.นันทิดา เปิดเผยว่า หลังจากที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวการขอรับบริจาค ปรากฎว่ามีหน่วยงานต่างๆ เช่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เขตพื้นที่การศึกษา กาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมทั้งภาคเอกชนได้เข้ามาช่วยเหลือ เช่น พัฒนาสังคมฯ เตรียมที่จะสร้างห้องน้ำให้ เนื่องจากเดิมไม่มีห้องน้ำ จิตอาสาภาคเอกชนเตรียมที่จะปรับปรุงบ้านให้ มอบรถสามล้อไฟฟ้าให้ครอบครัว

และนอกจากนี้ผู้ใจบุญจากทั่วประเทศ ได้โอนเงินเข้าบัญชีที่เปิดรับบริจาคจำนวนทั้งสิ้น 1,440,882.49 บาท ตนและครอบครัว รวมทั้งโรงเรียนที่เป็นผู้โพสต์ขอรับบริจาค ได้เห็นพ้องกันว่าควรปิดรับบริจาค เพราะจำนวนเงินมากพอที่จะใช้รักษาและดูแลลูกสาวแล้ว จึงได้ดำเนินการปิดบัญชีเป็นที่เรียบร้อย

ตนและครอบครัวต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นสื่อกลาง รวมทั้งขอบคุณผู้ใจบุญทุกๆ ท่านที่ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือในครั้งนี้ ตนและครอบครัวจะใช้เงินตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ใช้รักษาลูกจนหาย และรวมทั้งเป็นทุนการศึกษาให้กับลูกสาวในอนาคตต่อไป

ด้าน นางรัตนา กิทำ ครูโรงเรียนบ้านห้วยอีจีน ซึ่งเป็นครูประจำชั้นของ ด.ญ.นันทิดา เปิดเผยว่า ไม่นึกว่าจะมีผู้บริจาคช่วยเหลือ ด.ญ.นันทิดา มากขนาดนี้ ครั้งแรกจะโพสต์เพียงเพื่อหาเงินให้ครอบครัวเป็นค่าเดินทางพาลูกสาวไปรักษาตัวเท่านั้น เพราะเห็นว่าครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่มีแม้เงินที่จะพาลูกไปรักษา ปรากฏว่ามีผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือและบริจาคเป็นจำนวนมาก จึงได้ขอปิดบัญชีการรับบริจาค

หลังจากปิดบัญชีแล้ว ก็จะนำไปฝากที่ธนาคารออมสิน สาขาหล่มเก่า รวมทั้งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้ปกครองของน้อง ครู และผู้ปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ ในการดูแลและเบิกจ่ายเงินบริจาคให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทางโรงเรียนห้วยอีจีนต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้ใจบุญที่มาร่วมแรงร่วมใจในการช่วยเหลือน้องในครั้งนี้

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *