หัวใจบอบช้ำ หนุ่มผีน้อยตั้งใจทำงาน ส่งเงินให้เมีย พอถูกหวย 12 ล้าน กลับหนีไปแต่งงานใหม่

ณ.ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายนรินทร์ หรือเอก (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ พร้อมน้องสาว เดินทางเข้าพบทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม หลังจากก่อนหน้านี้ได้เขียนจดหมายมาปรึกษาขอความช่วยเหลือ

โดยได้เขียนระบายความในใจที่สุดจะอัดอั้นมาให้ ทนายรณณรงค์ ทราบ นายนรินทร์ กล่าวว่า… ตนอยู่กินกับภรรยามาประมาณ 12-13 ปี จนมีลูกด้วยกัน 2 คน ต่อมาในปี 2557 ตนพร้อมภรรยาตัดสินใจไปทำงานที่เกาหลีด้วยกัน เนื่องจากต้องการหาเงินเลี้ยงลูก และใช้หนี้ที่มีอยู่ราว 2 ล้านบาท จากการลงทุนซื้อรถเกี่ยวข้าว

หลังจากที่เราเดินทางไปทำงานที่เกาหลีได้ 2 ปี ภรรยาท้องลูกคนที่ 3 ตนก็ได้รับข่าวร้ายว่า แม่เสียชีวิตความลำบากใจก็เกิดขึ้นกับชีวิตตน เพราะภรรยาให้เลือกว่าตนจะกลับเมืองไทยเพื่อมางานศพแม่ และไม่มีโอกาสกลับไปทำงานที่เกาหลีเพื่อครอบครัวอีก หรือทำงานต่อที่เกาหลีเพื่อภรรยาและลูก ตนจึงตัดสินใจเลือกที่จะทำงานต่อที่เกาหลีเพื่อครอบครัวเพื่อคนที่รัก

หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อภรรยาตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน ตนจึงตัดสินใจให้ภรรยาเดินทางกลับมาเมืองไทย เพื่อคลอดลูกและเลี้ยงดูลูกอีก 2 คน ส่วนตนยังทำงานที่เกาหลีและส่งเงินมาให้ภรรยาทุกเดือน หลังจากลูกคนเล็กอายุได้ 2 ขวบกว่าๆ ตนกับภรรยาก็ปรึกษากันว่าจะเก็บเงินซื้อรถสักคันเพื่อไว้ใช้ในครอบครัว เพราะไม่อยากให้ลำบาก หลังจากนั้นไม่นานก็เก็บเงินได้ประมาณ 200,000 บาท นำไปดาวน์รถออกมา

หลังจากที่ภรรยามีรถก็เริ่มมีสังคมมากขึ้น มีเพื่อนฝูงมากขึ้น ไม่มีเวลาให้ลูก จึงทำให้เริ่มมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยมาก เนื่องจากตนโทรไปภรรยาไม่ค่อยรับโทรศัพท์ และได้ข่าวว่ามีมือที่สามเข้ามาในครอบครัวของตน เราทะเลาะกันมากขึ้น จนถึงขั้นภรรยาขอเลิก ทำให้ตนเริ่มมั่นใจเรื่องข่าวลือมือที่สามเป็นเป็นเรื่องจริง

ถึงแม้ว่าตนกับภรรยาจะมีปัญหากันมากเพียงใดตนก็ส่งเงินให้ลูกและให้ภรรยาเหมือนเดิม แต่จำนวนจะลดลงเนื่องจากเราเริ่มไม่มั่นใจในตัวเขา ซึ่งทำให้ตนกับภรรยาเริ่มห่างกันมากขึ้น แต่ตนจะโทรหาลูกคนเล็กเกือบทุกวัน เพราะคิดถึงมาก ตั้งแต่เขาเกิดมายังไม่เคยเจอหน้าเลย จะเห็นหน้าก็เวลาคุยกันผ่านวิดีโอคอล

ต่อมาในปี 2564 ลูกสาวคนโตโทรมาบอกว่าแม่ถูกหวยรางวัลที่ 1 ได้เงินมา 12 ล้าน แต่เขาไม่เคยโทรบอกตนเลย ซึ่งตนก็มีความหวังว่าเขาจะบอกให้กลับเมืองไทยเพราะว่าครอบครัวของเราจะไม่ลำบากอีกต่อไป แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิดเขาไม่เคยติดต่อมาเลย จนกระทั่งทางเกาหลีเขามีการกวาดล้างพวกผีน้อยที่แอบเข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมาย

ตนถูกส่งกลับมาประเทศไทยในวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อมาถึงเมืองไทยก็ได้รับข่าวร้ายที่สุดอีกเรื่องในชีวิต เมื่อน้องสาวบอกว่าภรรยาแต่งงานใหม่ไปแล้ว เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังทราบข่าวทำให้ตนช็อคไปเลย ความรู้สึกของตนแทบพังทลาย ความคิดของตนที่ทำเพื่อครอบครัวมันสูญเปล่า

เวลาที่ทำงานในเกาหลีที่ทุ่มเทเพื่อครอบครัวไม่มีความหมายอะไรเลย ตนเสียใจมาก ตนกลับมาเมืองไทยไม่มีเงินเก็บเลย ไม่คิดว่าเขาจะทำได้ เนื่องจากเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมากว่า 20 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน เป็นลูกสาวทั้งหมด ตนโตอายุ 20 ปี คนกลางอายุ 17 ปีและคนเล็กอายุ 7 ปี

ด้าน ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า… ถ้าฝ่ายชายเขาไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน แล้วเขาจะส่งเงินให้ภรรยาเขาทำไมทุกเดือน แสดงว่าเขายังอยู่กินกันฉันสามีภรรยาในขณะที่เขาซื้อลอตเตอรี่ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่งตามหลักกรรมสิทธิ์ร่วม ส่วนสามีใหม่ที่มาแต่งงานก็น่าจะรู้นะว่าเขายังไม่ได้เลิกกัน ถ้าเขาเลิกกันแล้วทางนี้จะส่งเงินให้ทำไม

มันเคยมีเหรอคนที่เขาเลิกกันแล้วจะส่งเงินให้อีก เขาส่งให้ไปดูแลในครอบครัวไม่ได้ส่งให้ดูแลลูกอย่างเดียวด้วย แล้วคุณก็ยังไม่ได้แจ้งเขา เขามีสิทธิ์ที่จะยื่นเอาผิดทางวินัยโทษหนักถึงกับต้องออกจากตำรวจเลยนะ แม้ว่าเขาจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันก็ตาม แต่มันเป็นที่รับรู้กันในหมู่บ้านว่าเขาเป็นผัวเมียกัน ผัวไปทำงานที่เกาหลีเมียเลี้ยงลูกอยู่ที่ชัยภูมิ

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *