หนูน้อยวัย 9 ขวบกับพ่อ หลังอดข้าวมานาน 3 วัน ล่าสุด ทนไม่ไหวขอประกาศหยุดรับของ

กรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “นู๋แพทตี้” ได้โพสต์ข้อความลงในโซเชียลโดยระบุว่า… มีใครใจบุญหนูขอค้าข้าว หนูกับพ่ออดข้าวมา3วันแล้ว กรุณาช่วยหนูกับพ่อที ซึ่งก็ทำให้ผู้ที่พบเห็นข้อความเกิดความสงสารเห็นใจ ต่างช่วยกันแชร์โพสต์ออกไปอย่างกว้างขวาง ก่อนจะมีกลุ่มผู้ใจบุญรีบนำข้าวสารอาหารแห้งไปบริจาคให้กับเจ้าของเฟซบุ๊กของผู้โพสต์ ซึ่งทราบว่าเป็นเด็กหญิงวัย 9 ขวบ พักอาศัยอยู่กับบิดาเพียง 2 คน ในห้องเช่าเล็กๆ ใจกลางเมืองนครสวรรค์

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบชุมชนวิมานแมน เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ อ.เมืองนครสวรรค์ พบว่าเด็กหญิงผู้โพสต์ชื่อ น้องแพทตี้ วัย 9 ขวบ พักอาศัยอยู่กับบิดา คือ นายนพดล อายุ 40 ปี มีอาชีพเป็นช่างรับจ้างก่อสร้างทั่วไป ซึ่งทั้งคู่มีท่าทางค่อนข้างเครียด เนื่องจากหลังที่บุตรสาวได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือผ่านโลกโซเชียลไป ก็มีทั้งผู้คนใจบุญนำของมาบริจาค และมีชาวโซเชียลฯอีกส่วนหนึ่งตั้งข้อสังเกตและต่อว่า ทำนองให้ลูกมาโพสต์สร้างเรื่องเพื่อหากิน

นายนพดล เล่าว่า… เรื่องราวที่เกิดขึ้น เนื่องจากเมื่อ 3-4 วันก่อน ตนประสบเหตุในระหว่างทำงาน ทำงานไม่ได้ ต้องพักอยู่แต่ในบ้าน แต่แล้ว ก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกำซัด เกิดมีปากเสียงทะเลาะกับภรรยา จนทำให้ภรรยาหอบลูกสาวคนเล็ก วัย 4 ขวบ ขี่รถจักรยานยนต์หนีออกจากห้องเช่าไป ทิ้งให้ตนและน้องแพทตี้อยู่ด้วยกันเพียง 2 คนเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ ก็ยังตามหาตัวภรรยาไม่พบ ไม่รู้ว่าหนีไปอยู่ไหน

ซึ่งระหว่างที่อยู่กับน้องแพทตี้เพียงสองคน ตนยอมรับว่า ตนทำงานไม่ได้จึงไม่มีเงินไปซื้อกับข้าวให้ลูกกิน จนทำให้น้องแพทตี้ต้องกินข้าวคลุกกับซอสฝาเขียว ยี่ห้อภูเขาทองครบ 3 มื้อมาเป็นเวลา 2 วัน และในวันที่น้องแพทตี้ไปโพสต์ขอความช่วยเหลือนั้น น้องได้นำโทรศัพท์มือถือของตนโพสต์ไปตอน 10.00 น. ของวันที่ 17 มิ.ย. 2564 โดยตนก็ไม่ทราบเรื่องว่าน้องได้โพสต์อะไรลงไป มารู้ตอนมีกลุ่มคนใจบุญนำข้าวสารอาหารแห้งมาบริจาคถึงบ้าน

น้องแพทตี้ เขามีเฟซบุ๊กส่วนตัวแต่ลงไว้ในโทรศัพท์มือถือของตน ทุกวันเขาจะใช้เฟซบุ๊กท่องไปตามห้องข่าวกลุ่มต่างๆ ของชาวนครสวรรค์ เพื่อดูว่ามีงานให้รับจ้างที่ไหน เขาก็จะช่วยดูแล้วมาบอกตนเพื่อให้พ่อของเขาได้งาน ซึ่งเขาก็ทำแบบนี้ปกติทุกวัน แต่ในเรื่องที่น้องเขาไปโพสต์ขอความช่วยเหลือ ตนก็ไม่ทราบเรื่องว่าเขาจะโพสต์ เพราะไม่ได้ตรวจดูอะไรในโทรศัพท์ กว่าจะมารู้อีกทีโพสต์นั้นของน้องก็ถูกแพร่กระจายไปไหนต่อไหนแล้ว อีกทั้งน้องยังได้โพสต์เบอร์โทรศัพท์ลงไปด้วย จนทำให้ตลอดทั้งวัน มีผู้คนโทรมาหาตนอย่างไม่ขาดสาย

นายนพดล ระบุว่า… รู้สึกเครียดมาก เนื่องจากมีชาวโซเชียลบางกลุ่ม มาคอมเมนต์ต่อว่าตน หาว่าใช้ลูกมาโพสต์หากิน ทั้งที่ตนไม่เคยรู้เรื่องตั้งแต่แรก จนทำให้ตอนนี้ตนไม่อยากจะรับสายโทรศัพท์ของใครทั้งนั้น ซึ่งในส่วนของน้องแพทตี้ ตนเข้าใจว่าเขาอยากช่วยพ่อ อยากช่วยครอบครัว จึงไม่รู้สึกโกรธลูก แต่ก็ต้องขอบอกผ่านสื่อว่า ตอนนี้ตนขออยู่แบบเงียบๆ กับลูก 2 คน และไม่ขอรับบริจาคอะไรอีกแล้ว เพราะของที่ได้รับบริจาคมาก็เยอะมากพอแล้ว เพื่อขอลบข้อครหาว่าตนใช้ลูกมาโพสต์หากิน แต่ก็ต้องกล่าวขอกราบขอบพระคุณกลุ่มผู้ใจบุญที่นำสิ่งของมาบริจาคให้ในครั้งนี้ด้วย

เมื่อสอบถามเกี่ยวกับภรรยา นายนพดล บอกว่า เป็นเรื่องของครอบครัว ไม่อยากพูดถึง แต่เมื่อภรรยาคิดที่จะไปจากชีวิตตนแล้ว ก็ขอให้คิดถึงน้องแพทตี้ที่ใกล้จะเปิดเรียนด้วย เนื่องจากรถจักรยานยนต์ที่ภรรยาใช้หอบลูกสาวคนเล็กขี่หนีไปนั้น ตนต้องใช้ขี่ไปส่งน้องแพทตี้ไปโรงเรียน และต้องใช้ขี่ไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งขณะนี้ แขนที่บาดเจ็บก็เริ่มจะหายเป็นปกติแล้ว จึงอยากให้ภรรยานำรถจักรยานยนต์มาคืน เพื่อให้ตนไว้ใช้ในการขี่ไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัวต่อไป

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *