ผบช.น. มาชี้แจงเอง จนท. ตร. ไม่ได้ถีบรถ “น้องฟลุ๊ค” ลั่นรถมันเกี่ยวกันล้ม

กลายเป็นประเด็นที่โลกออนไลน์พูดถึงอย่างมากอยู่ในขณะนี้ กับเหตุการณ์การเสียชีวิตของ “น้องฟลุ๊ค” (นามสมมติ) เด็กนักเรียนชายอายุ 14 ปี ของโรงเรียนชื่อดัง ซึ่งทางครอบครัวของเด็กระบุว่า… ถูกตำรวจสายตรวจที่เพิ่งมาทำงานใหม่ ถีบรถจักรยานยนต์จนล้มแล้วเสียชีวิต แต่ครอบครัวไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฟซบุ๊ก “Legend Thailand” เปิดเผยเรื่องราวเพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้น้องฟลุ๊คและครอบครัว ระบุว่า…

น้องขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนมากับเพื่อน 2 คน ระหว่างนั้นถูกตำรวจสายตรวจสกัดจับกลางดึก ด้วยการถีบรถจักรยานยนต์ จนเป็นเหตุให้น้องเสียชีวิต ส่วนเพื่อนอีก 2 คนบาดเจ็บ แต่ตำรวจกลับส่งศพชันสูตรโดยไม่แจ้งครอบครัว ระบุเป็นศพไร้ญาติ ทั้งที่ที่บริเวณคอน้องมีการสักชื่อและนามสกุลชัดเจน และหลังครอบครัวทราบข่าวก็มารับศพ และเข้าแจ้งความตำรวจ แต่กลับไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่สามารถตรวจสอบวงจรปิดที่เกิดเหตุได้ จนตอนนี้จัดพิธีฌาปนกิจศพน้องไปแล้ว

ต่อมาเพจเฟซบุ๊กชื่อ “เจ๊ม้อยv plus” เปิดเผยข้อมูลจากแม่น้องฟลุ๊คเล่าว่า… วันเกิดเหตุน้องกำลังขี่รถกลับบ้านกับเพื่อนหลังซ้อมฟุตบอลเสร็จ ระหว่างทางถูกตำรวจสกัดจับ แต่ไม่รู้ว่าสกัดจับอย่างไรรถถึงล้มทั้ง 2 คัน ทั้งรถของน้องและรถตำรวจ และไม่รู้ว่าสาเหตุคืออะไร

ล่าสุด พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ชี้แจงยืนยันว่า… เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง ไม่ได้ถีบรถน้องฟลุ๊คตามที่เป็นกระแสข่าว แต่ระหว่างขี่รถไล่สกัดรถ น้องพยายามขี่เบี่ยงออกขวาทำให้รถเกี่ยวกันจนล้ม และตำรวจ 2 นายก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน โดยมีคลิปขณะเกิดเหตุเป็นหลักฐานยืนยัน ทั้งนี้ เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เวลา 02.15 น. บริเวณถนนวิภาวดีขาเข้า มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงดินแดง

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ได้ความว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 2 นาย ออกตรวจตามปกติ จนมาพบชาย 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสามไม่สวมหมวกกันน็อก จึงเรียกให้หยุดและส่งสัญญาณด้วยไฟฉาย แต่ทั้งหมดไม่ปฏิบัติตาม ก่อนจะเร่งเครื่องหนีไปตามถนนวิภาวดีรังสิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้ขี่ตามมาทางด้านขวาและสั่งให้หยุดรถ แต่ทั้ง 3 คน ไม่ยอมหยุด ก่อนจะเบี่ยงรถออกขวาจนเบียดรถสายตรวจ ทำให้รถเกี่ยวกันล้มทั้ง 2 คัน ซึ่งตำรวจได้ช่วยกันปฐมพยาบาลและเรียกรถพยาบาลมารับ ก่อนจะทราบมีผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจค้นรถในที่เกิดเหตุแล้วพบสิ่งของผิดกฎหมายบริเวณใต้เบาะที่นั่งของรถจักรยานยนต์คู่กรณีคันดังกล่าว เบื้องต้น จะมีการเชิญตัวญาติผู้เสียชีวิต มาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป และขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาในโอกาสนี้ด้วย

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น