ตัดสินใจเผา “น้องแหล้” หลังเปิดโลงหน้าตายังสวยมีชีพจร ล่าสุด “ตัวแข็ง มีกลิ่น”

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2564 เวลา 09.30 น. ที่ศาลาการเปรียญ วัดศรีกอเลาบูรพาราม ต.ปราสาท อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ที่ตั้งร่างของ น.ส.นันทิดา สุขจันทร์ หรือ น้องแหล้ อายุ 22 ปี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อเวลาตีสองของวันที่ 5 เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา ญาติเตรียมฌาปนกิจศพในวันที่ 8 เม.ย. 2564

แต่พอเปิดฝาโลงศพเพื่อที่จะดูหน้าผู้ตายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเผา กลับพบว่าใบหน้าของน้องแหล้อิ่ม เหมือนคนนอนหลับ ไม่เหมือนคนตาย ใบหน้าสวย ญาติจึงยกเลิกการเผา นำร่างของน้องออกจากโลงมานอนบนแคร่ในศาลาการเปรียญ พบว่าวันนี้ญาติได้เตรียมที่จะฌาปนกิจศพของน้องแหล้ หรือ น.ส.นันทิดา ในเวลา 14.00 น. เพราะสภาพของน้องเปลี่ยนไปจากเดิม คือ ตัวแข็ง และเริ่มมีกลิ่นแล้ว

ขณะเดียวกัน หมอปลา หรือ นายจีรพันธ์ เพชรขาว ที่รู้จักกันในนามของมือปราบสัมภเวสี ได้เดินทางมาที่วัดศรีกอเลาบูรพาราม ก่อนที่จะไปที่บ้านของน้องนันทิดา ซึ่งหมอปลา เชื่อว่าอาการของน้องที่แสดงออกก่อนสิ้นใจเนื่องจากแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ที่คนเห็นว่าแลบลิ้นปลิ้นตาไม่ใช่เพราะน้องเป็นปอบ แต่น้องหายใจไม่ออก จึงอ้าปากหายใจทางปาก

ด้าน นางจงรักษ์ ศรปราบ แม่ของ น.ส.นันทิดา กล่าวว่า วันนี้สภาพร่างกายน้องเปลี่ยนไปจากเมื่อวานและวันก่อน วันนี้ร่างกายน้องเหมือนคนเสียชีวิตแล้ว ตัวแข็งและเริ่มมีกลิ่นแล้ว ส่วนหมอปลา บอกว่าน้องไม่ได้เป็นปอบ น้องเสียชีวิตตามปกติ วันนี้เวลาประมาณ 14.00 น. จึงจะเผาร่างน้อง

ขณะที่ น.ส.ทองสร้อย แก้วจันทร์ พี่สาว ลูกพี่ลูกน้องของ น.ส.นันทิดา กล่าวว่า ตอนเปิดโลงศพเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ถ้าเห็นน้องมีสภาพร่างกายเป็นเหมือนวันนี้ก็จะไม่ติดใจอะไร คงเผาไปเรียบร้อยแล้ว

แต่สภาพร่างกายน้องที่เห็นวันนั้น ไม่เหมือนคนตาย หน้าตาสวยงาม จนมาวันที่ 9 เม.ย. 2564 ตัวน้องก็ยังอ่อน แขน ขา เข่า พับได้ แต่วันนี้ตัวแข็ง และเริ่มมีกลิ่นแล้ว

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *