กำลังใจล้น “อรัญญา” เผยอาการล่าสุดสามี “อาต้อย เศรษฐา” หลังป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

เรียกได้ว่าทำเอาแฟนคลับ อดคิดถึงและอดเป็นห่วงไม่ได้เลยทีเดียว สำหรับอาการป่วยของ “อาต้อย เศรษฐา” ที่ล่าสุด “อรัญญา นามวงศ์” ได้ออกมาเผยอาการล่าสุดของสามีโดยได้เล่าว่า…

ย้อนไปตอนอาการป่วย เกิดอะไรขึ้น?
อาเปี๊ยก
: มันเริ่มมาจากสมองค่ะ ซึ่งเราไม่รู้ตอนเริ่มไปทานเลี้ยงกันอยู่ พอทานได้แป๊บเดียวก็เกิดอาการขึ้นมาโดยที่เราไม่รู้ตัว จะหยิบทิชชู่แล้วมันก็ตกจากมือเราหยิบไม่อยู่ ไม่มีสัญญาณอะไรเตือนไม่เคยเจ็บป่วย ไม่รู้อะไรดลใจให้เราจับมือเราแล้วปล่อยมือ มือเราก็ตกเลย ทำอยู่ 2 ครั้ง เราก็ค่อนข้างตกใจ

หันไปบอกคุณต้อยตัดสินใจบอกเขาทำให้เขาดู เขาก็ตกใจไปโรงบาล พอลุกขึ้นเตรียมจะไปเราก็เซ เราก็ยังไม่รู้เพราะเราก็ไม่มีอาการเวียนหัว พอก้าวเดินจะล้ม มันทำให้รู้ว่าเราเดินไม่ได้ ให้รถมารับหน้าร้าน เป็นโชคดีของเราที่มีคนรอบข้างอยู่ด้วยและไปโรงบาลเร็ว

อาเปี๊ยก : มันเสียไปเลยค่ะ ขยับไม่ได้ข้างนึง ตอนนั้นตกใจแต่เราไม่ได้กลัว เราคิดว่าเดี๋ยวมันก็หาย เราดีใจที่คุณหมอบอกไม่ต้องผ่า แต่เราก็แปลกใจทำไมมันเป็นเยอะจัง จากวันนั้นจนวันนี้ เกือบ 10 ปีแล้วก็ทานยา และทำกายภาพ เราพยายามคิดพยายามหาทางติวเข้มกับตัวเองเลย ฝึกการขึ้นลงเดิน

ห่างหายจากวงการบันเทิงเลย?
อาเปี๊ยก :
มันรับไม่ได้ ตอนนั้นยังมีละครอยู่เลย กองละครก็คอยอยู่ 2-3 เดือนเราบอกอย่าคอยเลย ตอนนี้ก็ยังไม่พร้อมเพราะเราเป็นคนที่ทำอะไรอยากทำให้เต็มที่

อาต้อยดูแลยังไงบ้าง?
อาเปี๊ยก :
จะว่าดูแลก็ไม่เชิงเพราะเขาก็ทำงาน เราไปโน่นนี่กันเสมอถ้ามีเวลา มีวันนึงคุณต้อยกลับมาจากทำงานถึงบ้านตะโกนเรียกเราบอกว่าเป็นอะไรไม่รู้ไอ เราก็รีบให้เขาไปหาหมอ

คุณหมอบอกว่าเป็นอะไร?
อาเปี๊ยก :
คุณหมอแค่สงสัยก่อน ควรไปสแกนให้ดีกว่านี้ มีฟองในปอด แต่ต้องไปดูให้ละเอียดอีก

หมอฟันธงเป็นมะเร็งในปอดระยะสุดท้าย?
อาเปี๊ยก :
เราแป้วเลยแต่ไม่พูดไม่แสดงออกให้เขารู้ ก็รักษาเป็นขั้นตอนไป อาต้อยเขาก็นิ่งๆ ดูซึมไปนิดหน่อยแต่ไม่ได้พูดอะไร

ไปให้คีโมมีเอฟเฟคอาต้อยเป็นยังไงบ้าง?
อาเปี๊ยก :
ร่างกายจะไม่สดชื่น ทานอาหารไม่ค่อยได้ เราคุยกันตลอด ให้เขาพยายามทาน หาอาหารที่อยากทาน ที่กำลังใจดีขึ้นเพราะหลานอันนั้นเป็นความรู้สึกของเขา เขาคงรู้สึกเอง แรกๆ เขาก็ซึมๆ ตอนหลังก็ฮึดขึ้นมาว่าตายไม่ได้แล้ว ต้องอยู่ดูหลานโตให้ได้ ตอนนี้อาการดีขึ้นมากค่อนข้างที่จะปกติ

ชมคลิป

ที่มา: รายการ “คุยแซ่บShow”

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *