ชาวไร่ข้าวโพดน้ำตาซึม ไม่คิดว่าพ่อค้าจะกล้าทำถึงขนาดนี้ได้

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา หลังจากในพื้นที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เจอพายุฤดูร้อน ชาวบ้านได้รับผลกระทบไปกว่า 500 หลังและมีพื้นที่เกษตรเสียหายอีกกว่า 15,000 ไร่

ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยและนายอำเภอศรีสำโรงได้ลงพื้นที่สำรวจพร้อมสั่งการหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือแล้วก็ยังมีพ่อค้าจากต่างจังหวัดเข้ามาช่วยซื้อพืชผลเกษตรที่ได้รับผลกระทบจาก ภัยธรรมชาติครั้งนี้ด้วย

นายอดุลย์ วิเศษบุญ อายุ 36 ปี พ่อค้าชาว จ.พิจิตร บอกว่า… พอทราข่าวว่ามีชาวไร่ข้าวโพด อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย โดนพายุได้รับผลกระทบจำนวนมากก็รู้สึกสงสารจึงรีบขนผลไม้ ส้ม แอปเปิ้ล ที่เหลือคาอยู่หลังกระบะลงทิ้งไว้ที่บ้าน

ต่อจากนั้นก็บึ่งรถจากพิจิตรมาสุโขทัยทันที เพื่อช่วยซื้อข้าวโพดในราคากิโลกรัมละ 4 บาทจำนวน 2 ตัน เอาไปขายต่อที่พิจิตร พร้อมกับบอกว่าพวกเราเป็นคนไทย เป็นพี่น้องกันก็ต้องช่วยเหลือกันก่อน

อาชีพเดิมผมเป็นนักดนตรี เป็นเจ้าของวงรำวงย้อนยุค แต่พอเจอ CV-19 ก็ลำบาก และอาชีพนี้ก็เหมือนถูกทอดทิ้ง ไม่มีใครช่วย จึงต้องสู้ดิ้นรนหันมายึดอาชีพเป็นพ่อค้าผลไม้ด้วย วันนี้ผมมาช่วยซื้อข้าวโพดของผู้ที่ประสบภัย เพราะเข้าใจหัวอกของคนกำลังลำบาก ไม่ว่าจะที่จังหวัดไหน ถ้าไปช่วยได้ผมก็จะไป นายอดุลย์ กล่าวทั้งน้ำตาด้วยความอัดอั้นตันใจ

จากความมีน้ำใจของนายอดุลย์ครั้งนี้ทำให้ผู้ประสบภัยชาวสุโขทัยซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากทราบว่าตัวนายอดุลย์เองตอนนี้ชีวิตก็ยังเผชิญปัญหา CV-19 อยู่ แต่ก็ยังมีน้ำใจมาช่วยเหลือกัน

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *