ชาวนาโคราช พื้นที่แห้งแล้งหนัก งดปลูกข้าว ผันตัวเองหันมาปลูกรักแท้แทน

เกษตรกรบ้านปราสาทเหนือ นายสมจิตร ศรีพลกรัง อายุ 71 ปี หมู่ที่ 8 ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ได้ใช้พื้นที่ที่เคยทำนาปลูกข้าวของตน ปรับเปลี่ยนมาปลูกดอกรัก แทนการปลูกข้าวนาปรังในช่วงนี้

ซึ่งดอกรักเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี ใช้น้ำในการเพาะปลูกน้อย ทำให้ประสบผลสำเร็จอย่างมาก สามารถเก็บผลผลิตดอกรักส่งขาย สร้างรายได้วันละกว่า 1,000 บาท

นายสมจิตร บอกว่า… ดอกรักมีหลายสายพันธุ์ ที่ตนเลือกปลูก คือพันธุ์ รักแก้ว จะมีลักษณะดอกใหญ่ สีขาวใสมันเงา เป็นพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกมากที่สุด ส่งขายในราคากิโลกรัมละ 80-100 บาท จะขยายพันธุ์ด้วยกิ่ง

ซึ่งกิ่งพันธุ์ที่มีสามารถนำไปขายได้อีกกิ่งละ 5 บาท ส่วนสาเหตุที่ปลูกดอกรักในช่วงหน้าแล้ง แทนการทำนาปรัง ก็เพราะมีข้อดีตรงที่เจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด เป็นไม้ที่ทนต่อความแล้งได้ดีมาก ซึ่งตนปลูกไว้ราว 150 ต้น เก็บดอกขายทุกวัน

และที่สำคัญดอกรักเป็นไม้ดอกอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยต้องการใช้ตลอดทั้งปี เพื่อนำไปใช้ร้อยพวงมาลัยในงานบุญงานพิธีต่างๆ และยังสามารถนำไปทำดอกไม้ประดิษฐ์อื่นๆ ได้อีกด้วย หรือจะใช้ในพิธีแต่งงานของคนไทยทางภาคอีสาน

ดอกรักใช้ร้อยเป็นพวงมาลัยสวมให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาว และยังใช้ใบนำมารองขันสินสอดและขันใส่เงินทุนที่ให้แก่คู่สมรส จึงเป็นที่ต้องการของตลาดดอกไม้ตลอดทั้งปี ทำให้มีรายได้เฉลี่ยวันละ 1,000 บาท ซึ่งดีกว่าการปลูกข้าวนาปรังในช่วงหน้าแล้ง

ที่มา: Thairath

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *