คนบนเรือ 3 คนสารภาพแล้ว ร่วมกันวางแผนในปั๊มน้ำมัน แต่มีคนปิดปากเงียบ

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2565 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เปิดเผยข้อมูลว่า หลังเมื่อวานนี้นางสาวอิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ กระติก นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือ ไฮโซปอ และนายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ แซน ได้เข้าให้การกับตำรวจอีกครั้ง พร้อมยอมรับสารภาพและพูดความจริงกับทางตำรวจแล้ว

ซึ่งทางตำรวจอยู่ระหว่างเตรียมนำไปชี้จุดหาหลักฐานทั้งจุดที่ทิ้งแก้วไวน์ และขวดไวน์หลังเกิดเหตุ เนื่องจากหลังเกิดเหตุทั้งหมด 5 คนอยู่ในอาการตกใจ และกลัวความผิด จึงได้ทำลายหลักฐานและได้ไปพูดคุยกันที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง นายอัจฉริยะ ยืนยัน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ ออกมาพูด

เพราะแตงโมรู้จักกับปอมานานกว่า 17 ปี และรู้จักกับแซน เป็นเพื่อนกับแซนมานานกว่า 10 ปี ส่วนกระติกก็เป็นผู้จัดการที่รู้จักกัน และกินนอนอยู่ด้วยกันมานานเช่นกัน จึงไม่เกี่ยวกับการรับงาน N อย่างแน่นอน รวมถึงไม่ได้เป็นการลงเรือเพื่อไปส่งให้กับผู้ใหญ่หรือนักการเมืองหรือคนมีสีแต่อย่างใด

เรื่องนี้ไม่ควรเอาออกมาพูดหรือกล่าวหาใคร เพราะแตงโมไม่สามารถพูดได้ ซึ่งถ้าหากเป็นเรื่องจริงว่ากระติกเป็นคนรับงานในราคา 300,000 บาท ต้องมีสลิปให้เห็นอยู่แล้ว และไม่ใช่เรื่องยากในการพิสูจน์ส่วน จ๊อบ กับ โรเบิร์ต ไม่ได้รู้จักกับแตงโม แต่โรเบิร์ตเป็นคนขับเรือในช่วงแตงโมตกน้ำ เพราะเกิดจากความประมาท และเป็นเหตุ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้

โดยจังหวะที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่โรเบิร์ตขับเรือ แต่ด้วยกระแสน้ำและเรือที่วิ่งช่วงกลางคืนค่อนข้างเยอะ ทำให้ในขณะขับเรือ เรือเกิดการสะบัด จึงทำให้แตงโมพลัดตกน้ำลงไปเกาะขาแซน แต่ในจังหวะตกนั้นแซนอยู่ด้านหลังกับแตงโม จะตกลงในทิศทางใดหรือท่าใด คนที่ตอบได้ดีที่สุดคือ แซน

ซึ่งถ้า แซน เขาถูกแจ้งข้อหาก็ต้องยอมรับ รวมถึงจะมีการถ่ายเบาท้ายเรือจริงหรือไม่ ต้องรอพิสูจน์หลักฐาน หมอนิติเวชและตำรวจพิสูจน์ ก่อนจะต้องเปิดภาพอธิบายให้กับสังคมเข้าใจ ทั้งนี้ ประเด็นเรือสะบัดขณะที่โรเบิร์ตเป็นคนขับนั้น จากการจำลองเหตุการณ์ ประกอบกับกระแสน้ำ ขนาดวงจรปิดที่จอดเติมน้ำมัน 13 วินาที เรือยังเอียงได้เลย

แล้วถ้าเกิดคลื่นซัดในช่วงเวลาเกิดเหตุ ซึ่งวิ่งมาความเร็ว 8 น็อต ต้องคิดดูว่าถ้าคลื่นซักมาจะเป็นอย่างไร โอกาสเสียหลักมีได้หรือไม่ถ้าคนขับไม่ชำนาญในการขับ แต่ในประเด็นนี้แม้ 3 คนจะยอมรับแล้ว แต่มี 1 คน ก็คือ โรเบิร์ต ที่ยังไม่ยอมออกมาพูดความจริง เพราะเชื่อในทนายของตัวเอง ส่วน จ๊อบ ไม่เกี่ยวข้อง และต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา แต่แค่มีส่วนรู้เห็นช่วงเกิดเหตุ แม้จะอยู่หัวเรือก็ตาม

โดยหลังเกิดเหตุทั้ง 5 คนได้ไปรวมตัวปรึกษากันในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งปอเป็นคนบอกให้ทุกคนพูดไปทิศทางแบบนี้ทางเดียวกัน ส่วนสาเหตุที่โกหกด้วยความเป็นนักธุรกิจรับเป็นคนมีฐานะตามสัญชาตญาณ ก็คงต้องแต่งเรื่องเพื่อให้พ้นความผิด ส่วนกระติกก็เป็นแค่คนที่เห็นคนนอกดีกว่าคนของตัวเอง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ใกล้ถึงความจริงแล้ว ต้องติดตามกันต่อไปค่ะ

ที่มา: one31

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น