แม่ค้าสะเทือน ลั่นไม่เคยขายของแพงขนาดนี้ จะหนีไปกินอย่างอื่นก็ไม่รอด

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2565 เวลา 12.00 น. ที่ตลาดประชานิเวศน์ จากการสำรวจราคาของไข่ไก่ หลังจากที่สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ออกประกาศแจ้ง ไข่ไก่ เตรียมขึ้นราคาส่งออกจากหน้าฟาร์มฟองละ 3 บาท โดยขึ้นราคา 6 บาทต่อแผง นอกจากนี้ ราคาวัตถุดิบอื่นๆ ก็ยังขึ้นราคาอีกด้วย

จากการสอบถาม แม่อิ๋ง เจ้าของร้านไข่ไก่ และของชำ อายุ 63 ปี กล่าวว่า… เมื่อประกาศว่าราคาไข่จะขึ้น 6 บาทต่อแผง ตนยังเป็นไข่ล็อตเก่าอยู่ ยังไม่ได้รับใหม่เข้ามา จึงยังไม่ทราบว่ามันจะขึ้น 6 บาทจริงหรือไม่

แต่เมื่อมีลูกค้ามาซื้อ เขาก็จะถามตลอดว่าไข่ขึ้นราคาหรือยัง ตนจึงรีบบอกว่าตอนนี้ยังขายในราคาเดิม แต่หากไข่ล็อตต่อไปมาก็คงจะปรับราคาขึ้น ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะรีบซื้อไข่ไปตุน บางคนจากที่แต่ก่อน เคยซื้อแค่ 1 แผง ก็ซื้อเพิ่ม 2-3 แผงก็มี

และไม่ใช่แค่ราคาไข่ที่ขึ้น แต่ทุกอย่างก็ขั้นราคาหมด อย่างตนขายของชำ มานั่งดูราคาสินค้าที่เพิ่งเอาเข้าร้าย ปรากฎว่าทุกอย่างขึ้นราคาทีละนิดทีละหน่อย และกำไรก็ได้น้อยลง เราเองไม่สามารถจะขายของราคาสูงได้มาก ตนลำบากใจมาก เพราะเข้าใจว่าลูกค้าเองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

อะไรที่พอจะช่วยได้ก็ช่วยกันไป ตนไม่ได้ขึ้นราคาสูงมาก อันไหนที่ลดได้ก็ลด พยายาม ประคับประคองกันไปทั้งตัวคนขายและตัวคนซื้อเอง ส่วนที่บอกว่า ถ้าอันไหนแพงก็ย้ายไปกินอย่างอื่นก่อน ซึ่งจริงๆแล้วราคามันไม่ได้หนีกันเลย ของอื่นๆ ราคาก็ขึ้นสูงเหมือนกัน อย่างไข่ หมู เนื้อ ไก่ ก็เป็นของที่เรากินกันอยู่ทุกวันอยู่แล้ว

ยอมรับว่าเรารู้สึกหดหู่มาก ครั้งนี้เป็นการปรับราคาขึ้นที่สูงกว่าในทุกครั้งที่เคยขายมา ล่าสุดที่สินค้าปรับราคาขึ้นสูงขนาดนี้ก็ตอนเมื่อ ปี 54 ซึ่งเราก็พยายาทเข้าใจในทุกๆ ทาง ตอนนี้ก็ขายไปก่อน ถึงแม้ว่ากำไรมันจะได้น้อยลงก็ตาม แม่อิ๋งกล่าว

ด้าน นางสมใจ พลีบัตร อายุ 60 ปี กล่าวว่า ตนเป็นผู้ค้าขายไข่แบบรายย่อย เมื่อปรับราคาไข่ขึ้น 6 บาทต่อแผง เราก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะไม่เท่าร้านที่ขายส่งเป็นแผง ๆ ก็ตาม

ซึ่งพอมีข่าวว่าปรับราคาไข่ไก่ขึ้น 6 บาทลูกค้าก็เริ่มบ่นแล้ว อย่างตนไม่ได้ขายไข่แค่อย่างเดียว แต่ก็ขายเนื้อด้วย ราคาเนื้อราคาเพิ่มขึ้น โลละ 5 บาท อย่างร้านเราซื้อเนื้อเฉพาะชิ้นส่วน ราคามันก็ขึ้นทุกส่วนเลย

ลูกค้าที่มาซื้อก็บอกว่าแบบนี้จะกินกันไหวหรอ ทำย้งไงดี ต่อจากนี้ก็จะลดปริมาณซื้อให้น้อยลง บางคนที่เขาซื้อบ่อย ๆ ก็คงไม่มาซื้อแล้ว กลายเป็นว่าตอนนี้ตนขายพอให้อยู่ได้เท่านั้น ของแพงขึ้น กำไรลดลง คนก็ซื้อน้อย แต่ตนก็ยังต้องจ่ายค่าแผง ค่าของ และก็ค่าอื่นๆมากมาย ใช้เงินชนเดือน ไม่มีเงินเก็บ พอจ่ายบ้าง ไม่พอบ้างก็ผลัดเขาไปก่อน ทั้งนี้ตนก็ต้องสู้ต่อ จะแพงยังไงมันก็จำเป็นต้องขาย

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น