บุรุษผู้โดนด่า หาว่าเป็นคนบ้า ปลูกต้นไม้ 30 ปี รวมแล้วกว่า 3 ล้านต้น

แม้ว่าปัจจุบันโลกจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา มีเทคโนโลยีมากมาย แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยอมใช้ชีวิตแบบธรรมชาติและนี่เป็นเรื่องราวของ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ วีรบุรุษผู้ปลูกต้นไม้กว่า 3 ล้านต้น ตั้งแต่ปี 2531 ซึ่งเขาเล่าว่า… ถ้าไม่มีพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ในวันนั้น ผมก็ไม่มีทางปลูกต้นไม้ในวันนี้ ซึ่งเขาได้ออกไปพัฒนาที่ดินปลูกต้นไม้ในพื้นที่ว่างสาธรณะ ผ่านมะนานกว่า 31 ปีแล้ว หวังช่วยพื้นที่แห้งแห่งนี้ให้กลับมาเป็นพื้นที่สีเขียวอีกครั้ง

เขาเดินทางไป 10 ตำบล ที่อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ และรอบๆ จังหวัดศรีสะเกษ โดยส่วนมากลุงวิชัยจะปลูกตามข้างถนน โดยต้นไม้ที่เขาเน้นปลูกนั้นก็คือ ต้นพะยูง ยางนา พะยอมและตะเคียน เขาคิดว่าการปลูกต้นไม้เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง เพราะมันสามารถเป็นมรดกสู่รุ่นหลานได้ นอกจากนี้ต้นไม้ที่เขาปลูก สามารถนำไปขายได้ และให้ความร่มรื่นและอากาศดี

อีกทั้งยังสามารถพัฒนาเอามาศึกษาได้อีกด้วย เพรา่ะว่ากว่ามันจะโตก็ใช้เวลานานหลายปี ถึงจะสามารถเอาไปขายได้ นอกจากนี้ยังใช้ประโยชน์จากต้นไม้ได้อีกด้วย ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ถูกจัดว่าเป็นอำเภอที่ดูไม่ได้เลย เป็นจังหวัดที่จนมากๆ สภาพผืนดินของปรางค์กู่นั้นแห้งมาก ทำให้น้ำไม่เคยเพียงพอต่อการทำเกษตร

ทางด้าน ร.ต.ต.วิชัย ในวัย 70 ปี ย้อนเล่าไปเมื่อครั้งที่ตนยังหนุ่มยังแน่นอนว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ผมโชคดีมากๆ ที่มีโอกาสได้เข้าร่วมการอบรมในโครงการแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 โครงการนี้สอนให้รู้จัก ต้องใช้สอยทรัพยากรของพื้นที่ ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต้องพึ่งพาตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี เป็นภารกิจที่ต้องร่วมแก้ไข จนในที่สุดโครงการนี้ได้กลับกลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ลุกขึ้นมาปลูกต้นไม้นับล้านต้นที่ปรางค์กู่

ตอนแรกชาวบ้านในละแวกนี้ต่างต่อว่าเขา เพราะคนดีๆ ที่ไหนจะไปปลูกต้นไม้ในที่ดินของคนอื่น ไปปลูกทำไมตามที่ดินสาธารณะหรือปลูกตอนนี้จะได้กินเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และยังคอยเตือนเขาเสมอ ตอนแรกยังไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่ทำ บางคนไม่เห็นคุณค่าของมันเลย เอารถมาไถบ้าง เอาวัวมากินหญ้าแถวที่ปลูกบ้าง

จากการกระทำเหล่านั้นเกิดในขึ้นระยะเวลา 18 ปี แต่ไม่สามารถหยุดความตั้งใจของเขาได้ เขาพยายามมานานจนในที่สุดความพยายามมของเขาก็ส่งผลทำให้มีต้นไม้ค่อยๆ โตขึ้น และสามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดแจ้งแล้วว่าคนที่ปลูกต้นไม้คนนี้ทำได้

ชาวบ้านได้เก็บเกี่ยวส่วนต่างๆ ของต้นไม้ไปใช้ประโยชน์สูงสุด อย่างเช่น ต้นช่อตาล ชาวบ้านนำไปทำน้ำตาลไม่ว่าจะเป็น น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลปึก หรือลูกตาลก็ไปทำน้ำได้ทำให้ชุมชนเกิดรายได้ได้อย่างชัดเจนและเป็นเเหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชน

ช่วงชีวิตหลังเกษียณอายุราชการของ ร.ต.ต.วิชัย นั้น ไม่ใช่การพักผ่อนอยู่กับบ้าน ไม่ใช่การออกไปท่องเที่ยวหาความสุขแต่เขาเลือกที่จะอกตระเวนปลูกต้นไม้เพื่อคนอื่น

ที่มา: วิชัย สุริยุทธ

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น