“การบินไทย” จ่อปลดนักบินกว่า 400 คน พร้อมลดเงินเดือน 20% ลั่นเตรียมแผนฟื้นฟูไว้แล้ว

วันที่ 5 ก.พ. 2564 “บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)” เปิดเผยถึงแผนการปรับลดค่าใช้จ่าย ตามแผนฟื้นฟูกิจการว่า การปรับลดขนาดฝูงบินให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ของผู้โดยสารในปัจจุบัน เป็นหนึ่งในแผนการปรับลดค่าใช้จ่ายที่สำคัญของบริษัทฯ

ล่าสุดได้ข้อยุติแล้ว และได้ชี้แจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้นักบินรับทราบแล้ว โดยบริษัทฯตัดสินใจที่จะปลดระวางหรือเลิกใช้ เครื่องบิน 3 ประเภท คือ แอร์บัส A-330-300,แอร์บัส 380 , โบอิง 747 โดยจะเก็บเครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER ,โบอิ้ง 787 และแอร์บัส 350-900 ไว้ใช้ในการทำการบินเท่านั้น

การปรับลดฝูงบินครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ต่อนักบินที่ทำการบินเครื่องบิน 3 ประเภท รวมประมาณ 395 คน จะต้องถูกปลดออก หรือ ขอให้เข้าร่วมโครงการสมัครใจลาออกก่อนกำหนด โดยเฉพาะนักบินที่มีอายุเกินกว่า 52 ปี บริษัทฯมีคำแนะนำให้สมัครใจลาออก โดยจะอนุมัติให้ออกตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. หรือ พ.ค. นี้ ซึ่งจะทำให้มีนักบินเหลือที่จะปฏิบัติงานรวม 905 คน จากปัจจุบันที่มีนักบินรวม 1,300 คน และในช่วงปี 2564-2565 จะไม่มีการเพิ่มจำนวนนักบิน

รายงานข่าวแจ้งว่าในวันที่ 21 ก.พ. 2564 บริษัทฯ จะประกาศรายชื่อนักบินที่บริษัทเลือกให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ จำนวน 905 คน โดยจะใช้เกณฑ์ในการประเมินและคัดเลือกโดยพิจารณาจากประสิทธิภาพการทำงานด้านต่างๆ คือประสิทธิภาพในการสั่งน้ำมันเพื่อทำการบิน ,จำนวนวันที่ขอลาหยุด, การมีอุบัติการณ์ และการสมัครเข้าช่วยงานบริษัท โดยจะไม่มีการพิจารณาเรื่องของความอาวุโสของอายุงาน

นอกจากนี้ บริษัทฯจะทำปรับโครงสร้างเงินเดือนของนักบินใหม่ทั้งหมด โดยจะปรับลดอัตราเงินเดือนลง 15-20% ตามตลาดความต้องการนักบินทั่วโลกที่ปรับลดลง หลังจากอุตสาหกรรมการบินซบเซาจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 โดยบริษัทฯ จะให้นักบินทั้ง 905 คนที่ทำสัญญาจ้างฉบับใหม่

รายงานข่าวแจ้งว่าแผนการปรับโครงสร้างฝูงบินครั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะจัดหาเครื่องบินโบอิ้ง 787 จำนวน 9-10 ลำ พร้อมเครื่องยนต์โรลส์รอยซ์รุ่น Trent-1000 มูลค่าอีกหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากเครื่องยนต์รุ่นดังกล่าวมีปัญหาใบพัดอัดอากาศเสี่ยงต่อต่อการแตกร้าว

ซึ่งการบินไทยเคยประสบปัญหาดังกล่าวมาแล้วในอดีต ทำให้ต้องจอดเครื่องบินรอซ่อมเครื่องยนต์เป็นเวลานานจนสูญเสียประโยชน์ในการทำการบิน รวมทั้งที่ผ่านมาสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (เอฟเอเอ) ยังได้ออกคำเตือนความเสี่ยงในการใช้เครื่องยนต์ประเภทดังกล่าวด้วย

ไม่เข้าใจว่าทำไมการบินไทยจะซื้อเครื่องบิน โบอิ้ง 787 เพิ่มอีก 10 ลำ พร้อมเครื่องยนต์โรลส์รอยซ์รุ่น Trent-1000 เพราะเป็นเครื่องที่มีปัญหาไปทั่วโลก มีการผูกขาดหลังการขายต้องซ่อมในศูนย์ซ่อมโรลส์รอยซ์และยังต้องจ่ายค่าใช้โปรแกรมเครื่องยนต์อีก ถือว่าเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้บริษัทมาก ขัดแย้งกับแผนฟื้นฟูที่ต้องเร่งลดค่าใช้จ่าย

ที่สำคัญในอดีตเครื่องยนต์ยี่ห้อนี้ยังมีข้อครหาเรื่องสินบนมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นอยากให้ผู้ทำแผนชี้แจงถึงความจำเป็นในการซื้อเครื่องใหม่ด้วยว่ามีเหตุผลอย่างไร รวมทั้งชี้แจงเหตุผลการสั่งปลดเครื่องบินแอร์บัส A-330-300 จำนวน 15 ลำ ทั้งๆที่ผ่อนหมดแล้ว และยังเหลืออายุการใช้งานอีกอย่างน้อย 5 ปี เป็นอย่างน้อย

ที่มา: ข่าวสด

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *