เผยอาชีพใหม่ ชลิต เฟื่องอารมย์ ไม่เคยคิดท้อ ถึงแม้ตอนนี้งานจะหดหาย

หายหน้าหายตาไปนาน สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ “ชลิต เฟื่องอารมย์” คุณพ่อของอดีตนางเอกชื่อดัง “แนน ชลิตา” ที่ไม่ว่าคุณพ่อจะห่างหายไปจากวงการบันเทิงมานานแค่ไหน แต่ก็ยังคงมีฝีไม้ลายมือการแสดงไม่ลดลง ซึ่งไม่ว่าพ่อตุ๋มจะได้รับบทบาทไหนก็เล่นได้หมดจนมีแฟนคลับทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ติดตามกันอย่างมากมาย

ล่าสุด “ชลิต เฟื่องอารมย์” ได้ควงแขนลูกสาวมาร่วมพูดคุยกันผ่านรายการ “คุยแซ่บSHOW” ที่มีพิธีกรดำเนินรายการ ใบเฟิร์น พัสกร และสาว ชมพู่ ก่อนบ่าย ซึ่งบางช่วงบางตอนได้พูดถึงธุรกิจของชลิต ที่ผันตัวไปเป็นเกษตรกรเต็มตัวปลูกทุเรียนเป็นอาชีพใหม่ ชลิตได้เผยว่าปัจจุบันนี้ งานก็มีแต่ยังออกอากาศไม่ได้ กองถ่ายก็ต้องงด งดมาครึ่งปีแล้ว ส่วนรีสอร์ตได้รับผลกระทบมากเพราะไม่มีใครไปเลย แต่เราก็ยังเปิดอยู่ คนไม่กล้าไปมากกว่า มาตรการป้องกัน CV-19 เราก็มีพร้อมทุกอย่าง

พ่อตุ่ม ชลิต เผยอีกว่า… สวนทุเรียนที่ทำอยู่ ส่วนมากก็จะเป็นหมอนทอง พวงมณี ทุเรียนขึ้นชื่อที่จันทบุรี คือหมอนทอง มีทั้งหมด 50 ไร่ ภ้าถามว่ากระทบไหม บังเอิญราคาดี คือตอนที่เราปลูกใหม่ๆ ทุเรียนกิโลกรัมละ 20-30 บาท แต่ตอนนี้ราคา 100 กว่าเกือบจะ 200 แล้ว ส่วนมากคนที่ปลูกมักจะส่งออก คือทางจีนจะมารับซื้อ ส่วนต้นทุนในการปลูกทุเรียนสูงมากเดือนหนึ่งก็เป็นแสน มีทั้งค่าปุ๋ยแล้วเราทำคนเดียวไม่ไหว เราต้องจ้างคนงานทุกวัน แล้วค่าแรงวันหนึ่งอย่างต่ำ 300 บาท แล้วคนไทยไม่ทำ มีแต่คนงานต่างด้าวทั้งนั้นเลย

มีบ้านที่กรุงเทพฯ และจันทบุรี อาตุ่มอยู่ที่ไหนเป็นหลัก
ตุ่ม ชลิต:
อยู่จันทบุรีมากกว่า ซึ่งเราอยู่ที่นี่มา 30 ปีแล้ว คือเราเป็นคนที่ชอบความสงบนิ่ง ความเงียบสงบมันทำให้เกิดสมาธิ ทำให้ใจเราสงบ แล้วเราก็อยู่กับสิ่งสวยงามอยู่กับธรรมชาติ มันทำให้ชีวิตเรามีความสุขมาก เพราะอยู่กรุงเทพก็มีแต่ความวุ่นวาย
แนนไปหาพ่อบ่อยไหม
แนน ชลิตา: เมื่อก่อนไม่ค่อยไป แต่พอมีหลานไปบ่อยเพราะหลานอยากไปหาตา ปีหนึ่งเราก็ไป 3-4 ครั้ง

มีที่สงบมากมายทำไมเลือกจันทบุรี
ตุ่ม ชลิต: มันใกล้กรุงเทพฯ มีแต่สีเขียว แล้วจันทบุรีมีทั้งหมดเลย มีน้ำตก มีทะเล มีอาหารอุดมสมบูรณ์ และคนก็นิสัยดี เราอยู่ในกลุ่มสมาคมท่องเที่ยวก็เลยทำให้เรามีประโยชน์กับจังหวัดจันทบุรีด้วย แล้วเวลาจะเข้ากรุงเทพฯ ก็ขับรถมาแค่ 3 ชั่วโมง

ถ้าเราอยู่กรุงเทพตี 1 ตี 2 เราสามารถขับรถกลับเมืองจันทบุรีได้เลย มันก็สะดวกสบาย เวลาเรามีงานที่กรุงเทพฯ เราก็ขับรถไปมาเอง ซึ่งการขับรถเราก็มาเรื่อยๆ ของเรา แล้วเมืองจันทบุรีก็โชคดีที่รถบรรทุกมันไม่ค่อยมี อันตรายน้อย แต่กลางคืนเราไม่ขับ เราขับกลางวัน

ห่วงคุณพ่อเรื่องขับรถไหม
แนน ชลิตา:
ห่วงค่ะ ก็บอกคุณพ่อตลอดเรื่องขับรถ ให้จ้างคนขับรถให้ขับไปไหนมาไหนให้ ท่านก็จะบอกว่า ไม่รู้ว่าจ้างแล้วจะเขามาอยู่ตรงไหนของชีวิต เอามาก็เป็นภาระ แต่เราอยากให้จ้างเพราะเราก็ห่วงคุณพ่อ เพราะท่านอายุเยอะแล้ว

เห็นว่าทุกๆ 2 เดือนต้องมากรุงเทพฯ เอาทุเรียนมาให้หลาน
ตุ่ม ชลิต:
ตอนหน้าทุเรียนก็เอามาให้เขาทานกัน เมื่อก่อนตอนเขาเด็กๆ เราก็เอาทุเรียนใส่ปากเขา เขาก็ทาน แต่พอโตรู้สึกเหมือนเขาจะเมินๆ หลานเขาก็ชวนเล่น ชวนคุย เขาคุยเก่งมาก ส่วนมากเขาก็จะชวนตามานั่งดูโน่นดูนี่ มาเล่นอะไรตามประสาเด็ก
แนน ชลิตา: เราว่าเขาเบื่อเล่นกับพ่อแม่ พอตามาก็เลยรู้สึกว่าเป็นคนเล่นคนใหม่ที่อยากจะเกาะติด

ตุ่ม ชลิต: เขาเป็นเด็กที่แปลก เขาสามารถบอกได้ว่าแอร์ตัวไหนยี่ห้ออะไร เวลาไปรีสอร์ตเขาก็จะไปดูแอร์ แล้วก็จะตอบได้หมดว่าแอร์ยี่ห้ออะไร ตรงนี้เรียกว่าอะไร
แนน ชลิตา เขาเป็นเด็กไม่ชอบดูการ์ตูน แต่ชอบดูรีวิวแอร์ แอร์อินเวอเตอร์กับไม่อินเวอเตอร์มันต่างกันอย่างไร แอร์ยี่ห้อไหนเย็นที่สุดถามเขาได้ ถ้าเขามีงบ เขาจะซื้อแอร์ยี่ห้อนี้ ทุกวันนี้เก็บเงินซื้อแอร์ ไม่ได้เก็บเงินซื้อของเล่น ซึ่งคุณครูบอกว่าน่าสนใจเพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เพียงแต่คุณแม่ยังหาไม่เจอว่าเขาชอบเรื่องนี้เพราะอะไร

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *