เอกพันธ์ เผยเลขฝาโลง แสงสุรีย์ หลังนำร่างไปฌาปนกิจ บังเอิญเลขตรงกับอายุ

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้าของวงการเพลงลุกทุ่งไทยเลยก็ว่าได้ กับการจากไปของ “แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์” ตำนานลูกทุ่งชื่อดัง ด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง อันเนื่องมาจากโรคประจำตัว และติดเชื้อ CV-19 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 เวลา 09.30 น. นายเอกพันธิ์ บันลือฤทธิ์ ดารานักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิร่วมกตัญญู และครอบครัวของผู้เสียชีวิต

โดยมีภรรยาและลูกสาวอีก 2 คน ตลอดจนผู้ใกล้ชิดได้เดินทางมาที่ศูนย์สันตินิรามัย โรงพยาบาลสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อรับศพของ นายเฉลียว ไกอ่ำ อายุ 68 ปี หรือชื่อในวงการเพลงลูกทุ่ง แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังที่เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 เวลาประมาณ 10.30 นาฬิกา ณ.โรงพยาบาลสมุทรสาคร ด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง อันเนื่องมาจากโรคประจำตัวและติดเชื้อ CV-19

ภายหลังจากที่รับศพของนายแสงสุรีย์ ออกจากโรงพยาบาลสมุทรสาครแล้วนั้น ก็จะนำไปฌาปนกิจตามพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาทันที ที่วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากนั้นจะทำพิธีเก็บเถ้ากระดูกแล้วก็จะนำกระดูกไปสวดบำเพ็ญกุศลอีก 3 คืนที่วัดยางกรุงเทพฯ ก่อนที่จะบรรจุอัฐิกระดูกไว้ที่วัดยาง ตามความประสงค์ของผู้เสียชีวิตที่ได้บอกไว้กับญาติก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ

นายเอกพันธิ์ กล่าวว่า… ทั้งตัวเองและพี่บิณฑ์รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ต้องมาสูญเสียคุณอาแสงสุรีย์ไป ซึ่งเชื้อไวรัส CV-19 นี้ได้พรากคนในวงการบันเทิงไปแล้วหลายราย แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดกับคุณอาแสงสุรีย์ นักร้องลูกทุ่งในดวงใจ ที่ครั้งหนึ่งช่วงวัยรุ่นตนและคุณบิณฑ์ เคยมุดรั้วแอบเข้าไปดูคอนเสิร์ต โดยก่อนหน้านี้พวกตนที่เฝ้าติดตามอาการหายป่วยของคุณอาแสงสุรีย์มาโดยตลอด และก็ดีใจที่ได้รับทราบว่าอาการของคุณอาดีขึ้น

แต่เมื่อวานนี้กลับกลายเป็นข่าวร้ายที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะได้รับแจ้งว่าคุณอาแสงสุรีย์อาการทรุดหนักและเสียชีวิตลงทันที ซึ่งทีมแพทย์ได้พยายามช่วยอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ซึ่งหลังจากนี้ที่รับศพออกจากโรงพยาบาลสมุทรสาครแล้วนั้น ก็จะนำร่างไปทำพิธีฌาปนกิจที่วัดบางพลีใหญ่กลาง จ.สมุทรปราการ

ต่อจากนั้นจะนำกระดูกไปสวดบำเพ็ญกุศลศพอีก 3 คืน ที่วัดยางกรุงเทพฯ และทำพิธีบรรจุอัฐิที่วัดยางด้วยเลย เนื่องจากคุณอาแสงสุรีย์ ได้สั่งเสียไว้กับทางครอบครัวว่า… ต้องการให้นำกระดูกไว้ที่วัดยาง ซึ่งเป็นวัดที่ท่านมีความผูกพันและยังมีครอบครัวกับญาติๆ อยู่ในละแวกดังกล่าวอีกด้วย

ส่วนเรื่องของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานพิธีศพของคุณอาแสงสุรีย์ทั้งหมดนั้น ทางด้านของตนเองและคุณบิณฑ์จะรับผิดชอบให้ทั้งหมด ซึ่งทางด้านของเฟซบุ๊กเพจ “Fc. tide2tide -เอกพันธิ์ บันลือฤทธิ์” ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า… วันนี้มารับศพคุณอาเพื่อไปทำงาน ฌาปนกิจที่วัดบางพลีใหญ่สมุทรปราการ ฝาโลงของอาแสงสุรีย์ตรงกับอายุเลยครับ

โพสต์ดังกล่าว

ที่มา: Fc. tide2tide เอกพันธิ์ บรรลือฤทธิ์

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *