พบแล้ว 1 ราย คนไทยเสียชีวิต หลังฉีดแอสตร้าเซเนก้า

เมื่อวันนี้ 8 ก.ย. 2564 นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวถึงเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ว่า จากผลการพิจารณาของคณะผู้เชี่ยวชาญกรณีเสียชีวิตภายหลังการได้รับวัคซีน CV-19 พบผู้เสียชีวิตภายหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ที่รับรายงานทั้งหมด 628 ราย

โดยคณะผู้เชี่ยวชาญฯ พิจารณาแล้ว 416 ราย พบว่าส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน เป็นเหตุการณ์ร่วมจากภาวะโรคอื่น (Coincidental event) ทั้งหมด 249 ราย มีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ (Indeterminate event) 32 ราย และเหตุการณ์ที่สรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน 1 ราย

นั่นก็คือ… ผู้ที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำภายหลังได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ที่สรุปไม่ได้ (Unclassified) 12 ราย และรอสรุปผลอีก 122 ราย สำหรับภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำภายหลังได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (Vaccine-induced Immune Thrombotic Thrombocytopenia : VITT)

ทางคณะผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อสรุป และคำแนะนำว่าภาวะ VITT สามารถเกิดขึ้นได้แต่น้อยมาก และสามารถรักษาให้หายได้ถ้าได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับประโยชน์ของวัคซีนในการป้องกันโรคโควิด-19 และป้องกันความรุนแรงของโรคซึ่งมีมากกว่า จึงยังคงแนะนำให้ประชาชนรับวัคซีนต่อไป

ทั้งนี้หลังฉีดวัคซีนแล้ว 4-30 วัน มีอาการปวดศีรษะรุนแรง แขนขาอ่อนแรง ปากหรือหน้าเบี้ยว เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด ขาบวมเจ็บ ปวดท้องรุนแรง หรือพบมีจุดเลือดออกคล้ายไข้เลือดออก ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน แจ้งประวัติการรับวัคซีน เพื่อให้เข้าสู่การรักษาได้รวดเร็วที่สุด ป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรงหรือการเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่วัคซีนป้องกันโควิด ควรสังเกตุอารตนเองด้วย

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น