สามีเปิดใจ คุกเข่ากอดขาง้อ เมียลั่นต่อหน้าถ้าจะหย่าเอามา 1 แสน

จากกรณีสามีเก่าตามง้อภรรยาหลังหนีไปกับชายคนอื่น ก่อนที่จะกางทะเบียนสมรสโชว์หราสุดท้ายต้องนั่งคุกเข่ากอดขารั้งภรรยาเอาไว้ แต่ไม่เป็นผลภรรยาเลือกที่จะไปกับชายคนใหม่ แล้วบอกว่าให้สามีเก่าไปเจอกันที่ศาลได้เลยนั้น เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2564 นายแมน (นามสมมติ) อายุ 26 ปี สามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย เปิดใจว่า…

ตนกับนางสาวแก้ว (นามสมมติ) อายุ 23 ปี ตั้งแต่ปี 2559 มานานราว 5 ปี ซึ่งไปพบเจอกันที่ จ.ระยอง โดย 1 ปีแรกที่คบกัน นางสาวแก้ว ภรรยาเคยนอกใจไปเจอกับผู้ชายคนอื่น ซึ่งตนก็ให้อภัยเพราะความรัก และเขาก็ให้สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก ซึ่งหลังจากนั้นก็มีแอบคุยกับผู้ชายอื่นบ้าง แต่ตนก็ทำเป็นหลับหูหลับตา เพราะอยากใช้ชีวิตอยู่กับเขา จนกระทั่งมีลูกสาว 1 ปี 4 เดือนด้วยกัน

จากนั้นก็พาไปสมัครงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง เมื่อช่วงเดือน พ.ค. 2564 ซึ่งคนละบริษัทกับตน ตั้งแต่นั้นมาก็พอรู้ว่าแฟนของตนเองมีการพูดคุยกับชายอื่น แต่ก็ไม่ได้หนักหนาจนถึงต้องทะเลาะกัน พอถามก็บอกไม่มีอะไร กระทั่งวันที่ 1 มิ.ย. 2564 มีการจดทะเบียนสมรสกัน โดยฝ่ายหญิงเป็นคนเรียกร้องอยากจะจดทะเบียน แต่พอหลังที่มีจดทะเบียนสมรสแล้ว พฤติกรรมก็เปลี่ยนไป เริ่มมีการไม่ให้จับโทรศัพท์ มีการพูดคุยกับชายอื่นต่อหน้าตนเอง พอถามก็บอกว่าแค่เพื่อนกัน จนกระทั่งรุ่นพี่ที่ทำงานในบริษัทเดียวกันบอกว่าเห็นภรรยาของตนไปกับผู้ชายคนอื่น

จากนั้นตนก็เลยตัดสินใจคุยกันตรงๆ และมีปากเสียงกันเมื่อประมาณวันที่ 15 ส.ค. 2564 แล้วภรรยาของตนก็หนีออกจากห้องพักไป ซึ่งก็มีเพื่อนที่ทำงานบริษัทเดียวกันบอกพิกัดว่าภรรยาของตนอยู่กับชายหนุ่มที่หอพักแห่งหนึ่งที่ จ.สมุทรปราการ วันที่ 20 ส.ค.64 จึงมีการตามไปดู ก็พบว่าความจริงแล้วคือเขาอยู่ด้วยกัน ตนจึงเข้าไปกอดภรรยา และขอให้ภรรยากลับมา กระทั่งยอมคุกเข่ากอดขา เพราะต้องการให้ภรรยากลับมาใช้ชีวิตด้วยกัน แต่ภรรยาก็ไม่สนใจ ตัดสินใจจะไปกับชายคนใหม่

ตนจึงหยิบไปทะเบียนสมรสมให้ดู เพื่อต้องการให้ฝ่ายชายคนใหม่รู้ว่าผู้หญิงที่อยู่ด้วยนั้นมีครอบครัวแล้ว และหวังว่าจะคิดได้ แต่ไม่เป็นผล ผู้ชายคนใหม่ยอมรับว่ารู้ว่าผู้หญิงมีแฟนอยู่แล้ว แต่ห่างกันแล้ว ซึ่งก็บอกว่าเด็กที่อยู่ในห้องด้วยคือหลาน ไม่ใช่ลูก ยิ่งทำให้ตนรู้สึกแย่ ส่วนตัวอยากให้เป็นอุทาหรณ์สังคมว่าความรักในชีวิตคู่ควรเกิดขึ้นกันแค่ 2 คน ไม่มีคู่ไหนมีความรักได้จากการมีกัน 3 คน และถ้ารู้ว่าเขามีครอบครัวแล้วยิ่งไม่ควรเข้าไปยุ่ง และฝากถึงอดีตภรรยาของตนว่าถ้าหมดรักแล้ว ให้มีความสุขกับคนใหม่ และกลับมาหย่าร้างให้เรียบร้อย ยืนยันว่าจะไม่ยอมยกลูกสาวให้แน่นอน

ส่วนเรื่องการฟ้องหย่าหรือไม่นั้น คนรอบข้างบอกให้ตนฟ้องหย่าเพื่อเรียกค่าเสียหาย แต่ตนไม่อยากทำแบบนั้น ตนมีความต้องการที่จะเริ่มต้นใหม่กับลูกสาว ซึ่งอดีตภรรยาบอกว่าต้องให้เงิน 100,000 บาทแล้วจะหย่า แต่ตนมองว่าทำไมต้องให้ ในเมื่อตนไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ถ้าเขาไม่ยอมมาหย่าดี ๆ ก็อาจจะมีความจำเป็นที่ต้องฟ้องหย่ากันตามกฎหมาย

ด้านนายเกิดผล แก้วเนิด ทนายความ ให้ข้อมูลว่า จากเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้น ด้านของภรรยาเป็นฝ่ายกระทำผิด เนื่องจากมีการจดทะเบียนสมรสแล้ว แต่ยังไปมีชายหนุ่มผู้อื่น ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ทางด้านของสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถฟ้องร้องค่าเสียหายจากภรรยา และชายคนดังกล่าวได้ โดยนำหลักฐานที่ถ่ายคลิปไปยื่นในกระบวนการชั้นศาลได้ ส่วนกรณีที่ฝ่ายหญิงที่มีการท้าทายว่าให้ไปเจอกันที่ศาลนั้น เขาทำได้แค่พูด แต่ไม่สามารถทำอะไรอย่างอื่นได้ในทางกฎหมาย

นายชา (นามสมมติ) ผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่า ประมาณวันที่ 15 ส.ค. 2564 ตนกำลังนำขยะไปทิ้ง เห็นผู้ชาย 2 คนยืนคุยกันที่บริเวณลานจอดรถ พร้อมทั้งถือเอกสารอะไรบางอย่าง แต่ไม่ได้สนใจว่าพูดอะไรกัน พอขากลับเดินเข้าห้อง เห็นฝ่ายชายซึ่งคาดว่าเป็นสามีกำลังโอบกอดผู้หญิง แล้วคุกเข่าลงกอดขาขอร้องไม่ให้ไป แต่สีหน้าแววตาและท่าทางของฝ่ายหญิงกลับนิ่งเฉยไม่สนใจอะไร

ซึ่งตนก็ไม่ทราบเหตุการณ์ทั้งหมดจบลงได้อย่างไร กระทั่งมาทราบข่าวเมื่อมีคนนำคลิปไปลงในแอปพลิเคชัน TikTok ก็รู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าเหตุการณ์ที่ตนเจอล่าสุดนั้นเป็นการแฟนสาว ไม่ให้ไปกับชายหนุ่มคนใหม่ ส่วนตัวมองว่าคนที่รู้ว่ามีครอบครัวอยู่แล้วไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว ส่วน 2 คนนั้นตนไม่แน่ใจว่ายังอยู่ที่นี่หรือไม่ หลังเกิดเหตุก็ไม่เคยเห็นหน้า คาดว่าอาจจะย้ายออกไปจากหอพักนี้แล้ว

ที่มา: ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *