เธอคือที่สุด “ครูเงาะ” ว่าที่สะใภ้อินเดีย ปลูกเรือนหอ 100 ล้าน

ต้องผ่านเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังมาหลายครั้งหลายครา สำหรับ “ครูเงาะ” หรือ “รสสุคนธ์ กองเกตุ” ไลฟ์โค้ชชื่อดังของเมืองไทย จนในที่สุดก็ได้มาเจอกับแฟนคนปัจจุบัน “โจอี้” โดยก่อนหน้านี้ ครูเงาะ เคยออกมาเผยถึงเรื่องราวความรักของตัวเองว่า… ครั้งมีแฟนเป็นรุ่นพี่ที่คณะฯ ชอบใส่หน้ากากเข้มแข็งไม่มีความอ่อนโยน เพราะเข้าใจว่าเป็นผู้หญิงเก่งจะเป็นที่รัก เป็นคนแข็งมาก ไม่กล้าแสดงความรัก

ความรักครั้งแรกยังไม่เรียนรู้อะไรมาก รู้แค่ว่าไม่ต้องไปคิดถึงจะได้ไม่เจ็บ แต่ยังไม่ได้เรียนรู้ว่ารักที่ดีต้องสร้างอย่างไร ตอนนั้นคิดไม่ได้คิดแค่ว่าฉันต้องชนะ พอมีคนเข้ามาจีบไม่ได้ชอบเลยแต่รู้สึกดีเพราะคนนี้เก่งกว่าแฟนเก่าเราคบให้พอชนะ แต่เรากลายเป็นมือที่สามไปโดยไม่รู้ตัว แฟนเขามาเปิดเผยให้เห็นเลย แสดงตนเลยที่เจ็บกว่าคือ เขาไม่ได้นอกใจแฟนเขามาหาเราแค่คนเดียว เพราะเขามีคนอื่นในที่ทำงานเราด้วย ชาทั้งตัว โกรธแล้วก็รู้สึกไร้ค่า

แต่สุดท้ายก็เปิดศึกชิงคนที่เราไม่ได้ชอบมาก แต่มันเป็นเรื่องของกิเลสมนุษย์ เป็นเรื่องของการชนะ เพราะตอนนั้นเรารู้สึกแค่ว่าเราได้ผู้ชายคนนี้มาเราชนะ และเราก็ชนะ จนกระทั่ง เราแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ ทั้งที่เราไม่ได้รัก ขนาดในวันที่แต่งงาน เราไม่สามารถที่จะพูดออกมาได้เลยว่ารักเขา แต่เราพูดเพียงแค่ว่า ขอบคุณที่อดทนกับคนอย่างเราได้

ชุดแต่งงานเพื่อนเลือกให้ รูปในงานวันแต่งไม่เคยล้างเพราะไม่ได้ใส่ใจ มนุษย์คนหนึ่งขาดความนับถือตัวเอง แล้วเราทำสิ่งที่ผิดในความสัมพันธ์ เราก็รู้สึกว่าก็ต้องอยู่แบบนี้แหละ เพราะไม่มีใครดีที่สุดหรอก พอใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกอย่างคนเข้ากันไม่ได้เลย มันเหมือนรอเวลา เมื่อไหร่นะจะจบความสัมพันธ์นี้ เป้าหมายของชีวิตเราทั้งคู่คือไม่มีอะไรชัดเจนเลย มันเลยขัดกันไปทุกอย่าง มันเลยไม่มีความสุขในความสัมพันธ์ เคยทะเลาะกันรุ นแรงถึงขนาดที่ เราเถียงเขา เขาก็ใช้อารมณ์กับเรา จนมีการลงไม้ลงมือกัน เราเลยรู้สึกว่าไม่ใช่ละ

ส่วน โจอี้ แฟนคนปัจจุบันตอนนั้นเขามาจีบเรา แต่เรายังไม่ได้ชอบเขา เราก็ไปอธิษฐานขอคู่ที่ชเวดากองไปกันทั้งออฟฟิศเลย และเขาก็พาแม่ไปด้วยเหมือนกันโดยบังเอิญ ไม่ได้นัดกัน ตอนนั้นเรากำลังไหว้พระประจำวันเกิด เราก็อธิษฐานขอเจอคู่ คนมีศีลศรัทธา ปัญญา จาคะเสมอกันเป็นคนดี พออธิษฐานเสร็จ ไหว้เสร็จหันหลังกลับมา แฟนยืนอยู่เลย บังเอิญทั้งคู่ ประตูมีหลายทางมาก ดันขึ้นมาประตูทางนี้ จังหวะนั้นเราหันไปหาเจดีย์เลย

จากนั้นเลยเปิดใจคุยกับเขา แต่เขาไม่ตรงกับสิ่งที่เราเคยชอบมาเลย เขามาดี สุภาพเหลือเกิน แต่ว่าด้วยอะไรบางอย่างในใจบอกว่าถ้ารูปแบบเก่ามันดี มันดีไปนานแล้ว เราเลยใช้สมองว่าอะไรที่ตอบโจทย์เรา คือ ศีล ศรัทธา ปัญญา จาคะ ซึ่งเขาตรงก็ตรงโจทย์ของเราทุกอย่าง ก็เลยลองเปิดโอกาสคุยกัน

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น