เหตุผลฟังไม่ขึ้น ผอ.รพ.พาเมียและบุคคลอื่น ลัดคิวฉีดไฟเซอร์

จากกรณีกระแสดราม่าภรรยาของผู้อำนวยการ และสามีของหัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ซึ่งทำงานคลินิกเอกชน และร้านขายยานั้น ได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ หลังถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ล่าสุดพบว่าทำผิดเงื่อนไขของสาธารณสุขจังหวัดชัดเจน ต้องถูกลงโทษทางวินัย

นายแพทย์วิชาญ คิดเห็น รองสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเปิดเผยความคืบหน้าเอาไว้ว่า… ได้ตรวจสอบหลักฐานและสอบปากคำผู้อำนวยการและฝ่ายบริหารผู้เกี่ยวข้องในโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติแล้ว ได้ข้อเท็จจริงที่ว่า

โรงพยาบาลได้รับวัคซีนไฟเซอร์ 144 โดสฉีดให้กับบุคลากรด่าน หน้าตามเงื่อนไขถูกต้อง 141 โดส ส่วนอีก 3 โดส ฉีดให้กับภรรยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สามีของหัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรมของโรงพยาบาล ทำงานเป็นเภสัชกรร้านขายยา และฉีดให้กับพนักงานร้านขายยาเดียวกันอีกด้วย

ซึ่งการการฉีดวัคซีน 3 โดสหลังนี้ ยังไม่เข้าเกณฑ์เป็นบุคลากรด่านหน้าที่จะต้องได้รับสิทธิ์ ถือเป็นการทำผิดเงื่อนไขชัดเจน ขณะที่ ฝ่ายผู้ถูกสอบสวนชี้แจงว่า… กระทำการโดยเข้าใจว่า เป็นบุคลากรด่านหน้าเช่นกัน เพราะลักษณะงานใกล้ชิดเสี่ยงสัมผัสผู้ติดเชื้อ จึงได้รับสิทธิ์ฉีดวัคซีนไฟเซอร์

แต่สาธารณสุขจังหวัดได้กำหนดเงื่อนไขไว้ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ละโรงพยาบาลมีคณะกรรมการรับรู้รับทราบและเข้าใจตรงกันอยู่แล้ว ข้อชี้แจงจึงฟังไม่ขึ้น หลังจากนี้จะให้นิติกรทำรายงานเสนอต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เพื่อตั้งคณะกรรมการพิจารณาบทลงโทษทางวินัยภายใน 1-2 วันนี้ ส่วนจะมีบทลงโทษทางอาญา ที่อาจเข้าข่ายยักยอกทรัพย์สินของทางราชการหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพิจารณา

ส่วนกรณีแพทย์หญิงในจังหวัดนครศรีธรรมราชที่พาพี่สาว และแม่เข้ารับวัคซีนไฟเซอร์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ล่าสุดแพทย์หญิงกฤตยาณี พูลเพียร หรือ หมอกุ๊บกิ๊บ อายุ 27 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลนบพิตำ ที่ตกเป็นข่าวออกมาขอโทษ และบอกว่าหลังเกิดเรื่องได้รับผลกระทบเยอะมาก ทั้งมีคนเข้ามาแสดงความคิดรุนแรง หยาบคาย ทั้งในเฟซบุ๊กส่วนตัว และในเพจคลินิกหมอ ซึ่งหมอจะพยายามทำใจและไม่ตอบโต้ใดๆ เพราะได้เรียนชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดไปแล้ว

ยืนยันว่ามีเพียงพี่สาวที่ได้รับวัคซีน และเป็นวัคซีนก้นขวดที่จะต้องทิ้งอยู่แล้ว พร้อมทั้งยังยกมือขอโทษทุกคน ที่ตัวเองคิดน้อยเกินไปและไม่คิดว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอ่อนไหว นายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้โทรศัพท์มาให้กำลังใจ และขอให้ช่วยอยู่สู้กับ CV-19 ต่อไป

เพราะบุคลากรทางการแพทย์นั้นไม่หากันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตแบบนี้ ทำให้แพทย์หญิงกฤตยาณี จึงไม่ลาออก และจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ต่อไปให้ดีที่สุด พร้อมกับทิ้งท้ายว่า ไม่ว่ารัฐบาลหรือใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องรีบนำวัคซีนมาฉีดให้บุคลากรด่านหน้าเถอะ ตัวหมอเองไม่อยากฉีดเข็ม 3 อยากเอาเข็มที่ 3 ไปฉีดให้แม่หรือคนที่เรารัก เพราะทุกคนรักแม่รักครอบครัว

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *