สสจ.ชัยภูมิ เผยเหตุผลห้ามโพสต์ขอบคุณ ฉีดไฟเซอร์ หลังทัวร์ลงหนัก

วันที่ 14 ส.ค. 2564 หลังเกิดกระแสดราม่าในโลกออนไลน์ ถึงการออกหนังสือไปถึงโรงพยาบาลทุกอำเภอในเขตพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เรื่องให้ ผอ.รพ.ในสังกัดแจ้งเตือนบุคลากร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ช่วยกำชับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เข็มที่ 3 ให้กับกลุ่มอื่น และไม่ให้โพสต์หรือให้ลบรูปที่โชว์ในช่องทางโซเชียลต่างๆ จนมีผู้เอาหนังสือฉบับดังกล่าวไปตีความหมายอย่างที่ต้องการสื่อออกไป จนกลับกลายเป็นกระแสที่ัถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ล่าสุด นพ.วชิระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ ได้อัดคลิปชี้แจงข้อเท็จจริงและวัตถุประสงค์ หรือเจตนาในการสื่อความหมายไปยังเจ้าหน้าที่บุคลากรของสำนักงานสาธารณสุข จ.ชัยภูมิ โดยได้ออกหนังสือเรื่อง ให้ตรวจสอบข้อมูลรับบริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ไปถึง ผอ.โรงพยาบาลทุกแห่งในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ในการออกหนังสือฉบับนี้ เป็นการออกหนังสือเพื่อให้มีการพิจารณา และตรวจสอบก่อนมอบวัคซีนไฟเซอร์ เข็มที่ 3 อย่างเข็มงวด

เนื่องจากการฉีดวัคซีนนี้ควรให้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขด่านหน้าตามรายชื่อที่แจ้งมาก่อนเท่านั้น ซึ่งยังมีบุคลากรที่ไม่มีรายชื่อไว้ประมาณ 700-800 คน ที่ยังไม่ลงรายชื่อไว้ เราได้รวบรวมรายชื่อส่งขอวัคซีนไปยังกระทรวงสาธารณสุขแล้ว

โดยประเด็นที่ 1 คือ… การออกหนังสือคำสั่งไปถึง ผอ.โรงพยาบาลทุกอำเภอในสังกัด สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ ช่วยพิจารณาการแจกจ่ายอย่างรัดกุม เพื่อเก็บไว้ให้บุคลากรทางการแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อสูงจากการทำงา โดยไม่ต้องการให้มีการรั่วไหลของวัคซีนนำออกไปฉีดให้กับบุคคล หรือองค์กรอื่นที่ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องฉีดในตอนนี้

ประเด็นที่ 2 คือ… ห้ามบุคลากรเจ้าหน้าที่ ที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 แล้วนำรูปภาพของตนเองไปโพสต์หรือใส่ข้อความใดๆ เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนในเข็มที่ 3 ก็เพื่อไม่ต้องการให้มีความเหลื่อมล้ำ โดยจะเกิดมีการเปรียบเทียบ ความรู้สึกของสังคมและประชาชน จากการที่บุคลากรและเจ้าหน้าที่ด่านหน้านำภาพได้ฉีดวัคซีน ไฟเซอร์ ในเข็มที่ 3 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเกิดการเปรียบเทียบและจะเป็นการเหลื่อมล้ำ

ในขณะที่สังคมและประชาชนส่วนใหญ่ยังรอคอยเข้ารับการฉีดวัคซีนในเข็มที่ 1 จากรัฐบาล ขณะนี้รัฐบาลก็กำลังเร่งจัดหาอยู่และในหลายจังหวัดรวมทั้ง จ.ชัยภูมิ มีการฉีดวัคซีนน้อยอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาจนถึงวันนี้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ มีประชาชนชาวชัยภูมิได้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้วเพียง 10% ของประชากรทั้งหมด การที่มีบุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ที่จัดว่ากลุ่มเสี่ยงสัมผัสได้รับการฉีดในเข็มที่ 3 แล้ว

และถ้าหากนำออกไปโพสต์ในโลกโซเชียลและใส่ข้อความรูปภาพสื่อไปถึงการใส่ข้อความชื่นชมยินดี ก็อาจจะถูกสังคมและประชาชนนำไปเป็นการเปรียบเทียบแตกต่าง รู้สึกด้อยโอกาส เขาเองยังไม่ได้ฉีดเข็ม 1 เลย แต่ว่าบางส่วนได้เข็ม 3 ไปแล้ว แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าบุคลากรทางการแพทย์ จำเป็นที่จะต้องได้รับเป็นบุคลากรด่านหน้าที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ซึ่งความหมายหรือหนังสือนี้ ตนก็เป็นคนร่างหนังสือฉบับนี้และเป็นคนตรวจสอบเองอีกด้วยอีก

จากกรณีดังกล่าวที่อาจจะมีผู้นำหนังสือฉบับนี้ไปตีความหรือเข้าใจคาดเคลื่อน ในความหมายที่ตนเองต้องการจะสื่อไปถึงบุคคกรในสังกัดได้คำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนไว้ด้วย ซึ่งเป็นเจตนารมย์ในการออกหนังสือฉบับนี้เท่านั้นเองโดยไม่ได้มีอะไรแอบแฝงก็แต่อย่างใด

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น